วอชิงตันยังห้ามต่างชาติเดินทางเข้าสหรัฐฯ พร้อมบีบให้ฉีดวัคซีนเพื่อสู้‘เดลตา’ ด้านนักวิจัยจีนเผยซิโนแวคเข็ม3กระตุ้นภูมิ3-5เท่า

ทำเนียบขาวยืนยัน ยังไม่ยกเลิกมาตรการห้ามคนต่างชาติเดินทางเข้าสหรัฐฯ เนื่องจากกังวลกับการระบาดรุนแรงของไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตา ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่ทำให้รัฐแคลิฟอร์เนียและนครนิวยอร์ก รวมทั้งกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกสั่งให้ลูกจ้างรัฐต้องฉีดวัคซีนหรือตรวจหาเชื้อเป็นประจำ ขณะเดียวกัน กลุ่มนักวิจัยจีนเผยรายงานฉบับใหม่ที่บ่งชี้ว่า ภูมิคุ้มกันโควิดจากวัคซีนซิโนแวคลดลงต่ำกว่าเกณฑ์หลังฉีดเข็มสองนาน 6 เดือน แต่เพิ่มขึ้น 3-5 เท่าหากฉีดเข็มที่ 3

รอยเตอร์เผยแพร่รายงานที่จัดทำโดยคณะนักวิจัยของหน่วยงานควบคุมโรคในมณฑลเจียงซู ร่วมกับซิโนแวค และสถาบันอื่นๆ ของจีน ซึ่งระบุว่า การศึกษาจากตัวอย่างเลือดของกลุ่มตัวอย่างอายุ 18-59 ปี ที่มีสุขภาพดี และได้รับวัคซีนซิโนแวคสองโดสในระยะเวลาห่างกัน 2-4 สัปดาห์ พบว่าในช่วง 6 เดือนหลังได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 มีเพียง 16.9% และ 35.2% ที่ยังคงมีภูมิคุ้มกันที่ลบล้างฤทธิ์ของไวรัสเหนือระดับที่นักวิจัยถือว่า เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่ตรวจวัดได้

ผลการศึกษาชิ้นนี้อ้างอิงข้อมูลของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่มๆ ละ 50 คนที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 โดส และกลุ่มที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 3 หรือวัคซีนหลอกอีก 540 คน

ทีมนักวิจัยระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าระดับภูมิคุ้มกันที่ลดลงมีผลต่อประสิทธิภาพของวัคซีนหรือไม่ เนื่องจากยังไม่สามารถระบุได้อย่างแม่นยำว่า ภูมิคุ้มกันในระดับใดที่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19

รายงานชิ้นนี้แนะนำว่า เป้าหมายสำคัญในระยะกลางถึงสั้นคือ เพิ่มจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคของโคโรนาแวคเข็มที่สอง

ผลศึกษายังพบว่า ผู้เข้าร่วมในบางกลุ่มที่ได้รับวัคซีนซิโนแวคเข็มที่ 3 หกเดือนหลังจากเข็มที่สอง มีระดับภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น 3-5 เท่าหลังผ่านไป 28 วัน เปรียบเทียบกับระดับภูมิคุ้มกันหลังฉีดเข็มที่ 2 นานสี่สัปดาห์

กระนั้น นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า งานศึกษาชิ้นนี้ที่ยังไม่มีการตรวจสอบจากคณะผู้เชี่ยวชาญในสาขาเดียวกันนี้ ไม่ได้ทดสอบผลของภูมิคุ้มกันต่อไวรัสกลายพันธุ์ที่สามารถระบาดได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังจำเป็นต้องทำการวิจัยต่อไปเพื่อประเมินว่าภูมิคุ้มกันจะอยู่ได้นานแค่ไหนหลังฉีดวัคซีนซิโนแวคเข็มที่สาม

ขณะเดียวกัน เมื่อวันจันทร์ (26) รัสเซียได้อนุมัติการทดลองทางคลินิกในการใช้วัคซีนสลับระหว่างแอสตราเซเนกาของอังกฤษ กับสปุตนิกวีของรัสเซีย หลังถูกคณะกรรมการจริยธรรมของกระทรวงสาธารณสุขสั่งระงับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยคลินิก 5 แห่งจะทำการทดลองนี้และมีกำหนดแล้วเสร็จต้นเดือนมีนาคมปีหน้า

ทั้งแอสตราเซเนกาและสปุตนิกวีต่างกำหนดให้ฉีด 2 เข็ม แต่สปุตนิกวีใช้ไวรัสเวกเตอร์ต่างชนิดในแต่ละเข็ม

ปัจจุบัน มี 3 ประเทศที่อนุมัติการทดลองวัคซีนสลับแอสตราเซเนกาและสปุตนิกวีในมนุษย์ ได้แก่ อาร์เซอร์ไบจาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเบลารุส

ที่อเมริกา เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันจันทร์ว่า การระบาดของไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์เดลตาทำให้รัฐบาลตัดสินใจชะลอการพิจารณายกเลิกมาตรการจำกัดต่างชาติเดินทางเข้าสหรัฐฯในอนาคตอันใกล้

สหรัฐฯเวลานี้สั่งห้ามผู้ที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯแทบทั้งหมดเดินทางเข้าสู่สหรัฐฯ ถ้าหากว่าภายในระยะเวลา 14 วันที่ผ่านมา พวกเขาไปอยู่ในสหรัฐราชอาณาจักร, 26 ชาติในยุโรปที่ใช้ข้อตกลงเชงเกน ให้สามารถเดินทางไปมาระหว่างประเทศเหล่านี้ได้, ตลอดจนอยู่ในไอร์แลนด์, จีน, อินเดีย, แอฟริกาใต้, อิหร่าน, และบราซิล

การแถลงเช่นนี้ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับพวกสายการบินสหรัฐฯและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวสหรัฐฯ ซึ่งพยายามล็อบบี้ทำเนียบขาวมาเป็นแรมเดือนแล้ว เพื่อให้ยกเลิกข้อจำกัดเรื่องนี้ โดยที่บางรายบอกว่ามาถึงตอนนี้คงต้องรอไปจนถึงเดือนกันยายนหรือหลังจากนั้น จึงอาจมีความเป็นไปได้ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ และนั่นหมายถึงว่าคงความหวังเสียแล้วที่จะได้นักท่องเที่ยวจากยุโรปและที่อื่นๆ เข้ามายังสหรัฐฯในช่วงฤดูร้อนนี้

ในอีกด้านหนึ่ง บิลล์ เดอ บลาสิโอ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก แถลงในวันเดียวกันว่า ลูกจ้างรัฐกว่า 300,000 คน ซึ่งรวมถึงตำรวจ พนักงานดับเพลิง และครู จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนโควิดภายในวันที่ 13 กันยายน หรือรับการตรวจหาเชื้อโควิดทุกสัปดาห์

วันเดียวกันนั้น เกวิน นิวซอม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศว่า ลูกจ้างรัฐทั้งหมดเกือบ 240,000 คน รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์ของภาคเอกชน จะต้องฉีดวัคซีนนับจากวันที่ 2 และเสร็จสิ้นภายในวันที่ 28 เดือนหน้า หรือตรวจหาเชื้ออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

นอกจากนั้นกระทรวงกิจการทหารผ่านศึกที่มีหน้าที่ให้การดูแลสุขภาพแก่ทหารผ่านศึก กลายเป็นหน่วยงานแรกของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่ออกมาประกาศให้ลูกจ้างต้องรับการฉีดวัคซีน

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ทั้งระดับรัฐบาลกลาง มลรัฐ และท้องถิ่นของอเมริกา รีบเร่งยกระดับการรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีนหลังจากพบผู้ติดเชื้อจากไวรัสสายพันธุ์เดลตาเพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วประเทศ โดยข้อมูลของโควิด แอ็กต์ นาวระบุว่า อเมริกามีเคสใหม่วันละ 52,000 คน แม้จำนวนผู้ป่วยหนักและเสียชีวิตน้อยกว่าในการระบาดระลอกก่อนๆ ก็ตาม

นอกจากนั้นเมื่อวันพฤหัสฯ ที่แล้ว (22) ศูนย์เพื่อการควบคุมและป้องกันโรคของอเมริกา (ซีดีซี) ยังเผยว่า จำนวนเคสใหม่เฉลี่ยในรอบ 7 วันเพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา และกว่า 80% ติดเชื้อจากสายพันธุ์เดลตา

การบังคับฉีดวัคซีนและการตรวจหาเชื้อ ยังกลายเป็นประเด็นโต้แย้งร้อนแรงในมหาวิทยาลัยของรัฐ โดยผู้ที่คัดค้านมองว่า เป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อย่างไรก็ดี เมื่อวันจันทร์ สมาคมการแพทย์ 57 แห่งได้ออกคำแถลงเรียกร้องให้นายจ้างในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพทั้งหมดในอเมริกากำหนดให้พนักงานต้องฉีดวัคซีนโควิด